{"id":728,"date":"2024-07-05T16:13:14","date_gmt":"2024-07-05T16:13:14","guid":{"rendered":"https:\/\/insidebitcoins.com\/th\/?page_id=728"},"modified":"2024-12-13T18:47:57","modified_gmt":"2024-12-13T18:47:57","slug":"best-web3-coins","status":"publish","type":"page","link":"https:\/\/insidebitcoins.com\/th\/crypto\/best-web3-coins","title":{"rendered":"\u0e40\u0e2b\u0e23\u0e35\u0e22\u0e0d Web 3.0 \u0e17\u0e35\u0e48\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e2a\u0e38\u0e14 – Web 3 \u0e04\u0e37\u0e2d\u0e2d\u0e30\u0e44\u0e23?"},"content":{"rendered":"
โครงการคริปโต Web 3.0 มีเป้าหมายเพื่อลดบทบาทของคนกลางในการประมวลผลธุรกรรม และให้อิสระแก่ผู้ใช้ในการเลือกฟีเจอร์ที่ต้องการใช้ ในคู่มือนี้ เราจะแนะนำและรีวิวเหรียญคริปโตเคอเรนซี Web 3.0 ชั้นนำที่น่าลงทุน ซึ่งนั่นคือโทเค็นหลักที่ขับเคลื่อนโครงการ Web 3.0 ชั้นนำ<\/p>\n
Web 3.0 คือวิสัยทัศน์ของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการควบคุมข้อมูลในระดับที่สูงขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยผสานรวมเทคโนโลยีต่างๆ เช่น machine learning, AI, บล็อกเชน, สกุลเงินดิจิทัล, smart contract และอื่นๆ อีกมากมาย<\/p>\n
ควบคู่ไปกับการพัฒนาของ Web 3.0 และคริปโตเคอเรนซีหลายโครงการเหรียญ Web 3.0 กำลังเกิดขึ้นเพื่อผสมผสานสกุลเงินดิจิทัลและ Web 3.0 เข้าด้วยกัน โดยมีบริการที่คล้ายคลึงกับที่ผู้ให้บริการ Web2 มีอยู่ อย่างไรก็ตาม โครงการเหรียญ Web 3.0 มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงเทคโนโลยีของผู้ให้บริการ Web2 ให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น<\/p>\n
ในคู่มือนี้ เราได้แนะนำและตอบคำถามว่าเหรียญ Web3.0 มีอะไรบ้างที่คุ้มค่าแก่การลงทุน คุณจะได้อ่านรีวิวอย่างละเอียดของแต่ละเหรียญ รู้จักกับแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในการซื้อเหรียญ Web 3.0 และคำแนะนำทีละขั้นตอนว่าจะลงทุนในเหรียญ Web 3.0 อย่างไร<\/p>\n
ต่อไปนี้คือรายชื่อสรุปของเหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในปีนี้และปีถัดๆ ไป เราจะอธิบายรายละเอียดของแต่ละเหรียญแยกกันในหัวข้อถัดไป<\/p>\n
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าเหรียญ Web 3.0 คืออะไร และทำงานอย่างไร คุณอาจสงสัยว่าโครงการไหนคือโครงการที่ดีที่สุด และมีบริการอะไรบ้าง ในส่วนนี้ของบทความ เราจะรีวิวอย่างละเอียดถึงเหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุด ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาอินเทอร์เน็ตรุ่นที่ 3 ในหลากหลายแง่มุม<\/p>\n
Crypto All-Stars<\/a> เป็นเหรียญมีมมาใหม่อีกหนึ่งโครงการที่น่าติดตามอย่างมากในเดือนนี้ เนื่องจากมันเป็นโครงการแพลตฟอร์ม Staking ที่รองการเหรียญมีมได้จากหลากหลายเครือช่าย ยกตัวอย่างเช่น DOGE, BONK, TURBO, SHIB และอื่นๆอีกมากมาย ผ่านโปรโตคอล ‘MemeVault’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญของโครกงการ<\/p>\n ทั้งนี้ถึงแม้ในปัจจุบัน MemeVault จะยังไม่ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เมื่อถึงเวลานั้น นักลงุทนจะสามารถทำการ Staking เหรียญมีมจากชั้นนำทั้งหมดของตนได้ และรับผลตอบแทนเป็น $STARS ซึ่งเป็น Native Token ของ Crypto All-Stars โดยผู้ถือเหรียญ $STARS ไว้อยู่แล้วจะยิ่งได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการ Staking ปกติได้มากสุดถึง 3 เท่า<\/p>\n โดยปัจจุบันทางโครงการ เพิ่งเข้าระยะเริ่มต้นของช่วงพรีเซลเหรียญ $STARS และมีราคาขายเหรียญ $STARS อยู่ที่ 0.0013911 ดอลลาร์ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนเข้าซื้อเหรียญ $STARS ในตอนนี้จะสามารถทำการ Staking เหรียญได้ในทันที พร้อมรับผลตอบแทนที่สูงถึง 2,887% ต่อปี<\/p>\n ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาของมูลของโครงการและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางบัญชี X<\/a> และกลุ่ม Telegram<\/a> อย่างเป็นทางการของ Crypto All-Stars<\/p>\n ไปยัง Crypto All-Stars<\/strong><\/span><\/a>\n<\/p> เหรียญ $BEST เป็นเหรียญจากโครงการคริปโตวอลเล็ตของ Best Wallet ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานภายในแพลตฟอร์ม โดยจะมอบสิทธิประโยชน์อย่างส่วนลดอัตราค่าธรรมเนียมให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงสิทธิในการซื้อขายเหรียญจากโครงการพรีเซลเปิดใหม่ก่อนใคร<\/p>\n ทั้งนี้ $BEST โทเคนยังเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับผลตอบแทนจากการ Stake ผ่านเครื่องมือ staking aggregator ภายในแอป และผู้ถือเหรียญจะได้รับสิทธิในการกำกับดูแล และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจภายในระบบนิเวศได้อีกด้วย<\/p>\n โดยในปัจจุบัน $BEST สามารถระดมเงินทุนจากการพรีเซลไปได้แล้วมากกว่า $450,000 และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจยังสามารถรับเหรียญ $BEST ได้ฟรี จากการเข้าร่วมแคมเปญ Best Airdrop ผ่านแอป Best Wallet<\/p>\n ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทางแพลตฟอร์ม X ทางการของ Best Wallet หรือเข้าร่วมกลุ่มภายใน Telegram ของโครงการเพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม<\/p>\n ไปยัง Best Wallet Token<\/span><\/a>\n<\/p> Catslap ($SLAP) เป็นโครงการเหรียญมีมที่มาพร้อมกับเกมตบสุดแปลกใหม่ ที่จะเปิดให้ผู้เล่นจากทั่วโลกเข้ามาแข่งขันเพื่อทำคะแนนสูงสุด โดยมันถือเป็นเกมที่สร้างกระแสอย่างมากในชุมชนคริปโต ประกอบกับตัวเหรียญ $SLAP ที่มีการเปิดซื้อขายบน Uniswap ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่น่าสนใจอย่างมาก<\/p>\n นอกจากนี้ Catslap ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Best Wallet ซึ่งถือเป็น noncustodial wallet ที่เติบโตเร็วที่สุดในวงการคริปโต ณ เวลานี้<\/p>\n Catslap แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างชุมชนที่เท่าเทียม การจัดสรรเหรียญ 20% ของโทเคนทั้งหมด เพื่อเป็นผลตอบแทนจากการ Staking ที่จะเปิดให้ใช้งานได้เร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรเหรียญอีก 10% ของทั้งหมดเพื่อรางวัลสำหรับชุมชน เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้แบบ passive income ให้แก่ผู้ใช้งานได้หลากหลาย ในอนาคต<\/p>\n ทั้งนี้ในด้านความปลอดภัย Catslap ได้รับการรองรับจาก Solidproof และ Coinsult ที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยภายในโครงการ ทั้งนี้ที่ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทางแพลตฟอร์ม X<\/a> ทางการของ Best Wallet หรือเข้าร่วมกลุ่มภายใน Telegram<\/a> ของโครงการเพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม<\/p>\n ไปยัง Catslap<\/span><\/a>\n<\/p> กลายเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่กำลังเป็นกระแสในโลกคริปโต โดย Flockerz ถือเป็นเหรียญที่มีจุดเด่นในด้านการเป็นโครงการที่ให้สิทธิ์ผู้ถือครองเหรียญมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโครงการผ่านองค์กรอิสระแบบกระจายศูนย์ (DAO) ที่ใช้ระบบ “Vote-to-Earn” เพื่อมอบรางวัลหรือผลตอบแทนให้กับผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงของโครงการ<\/p>\n โดยในปัจจุบัน Flockerz กำลังอยู่ในช่วงแรกของการพรีเซลเหรียญ FLOCK และสามารถระดมทุนไปได้แล้วกว่า 350,000 ดอลลาร์ ในขณะที่มีราคาเพียง 0.0056785 ดอลลาร์ ทั้งนี้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมของ Flockerz สามารถเข้าซื้อเหรียญได้ผ่านคริปโตสกุลหลักอย่าง ETH, BNB, USDT หรือบัตรธนาคารต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม ทางโครงการกำหนดให้ผู้ที่เข้าซื้อผ่านเครือข่าย Ethereum เท่านั้นจึงจะสามารถทำการ Staking เหรียญด้วยผลตอบแทนต่อปีที่สูงมากกว่า 5,000%<\/p>\n ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าทางโครงการมีเหรียญหมุนเวียนภายในทั้งหมด 12 พันล้านเหรียญ โดยได้จัดสรรเหรียญจำนวน 20% ของทั้งหมดเอาไว้สำหรับการพรีเซล และอีก 25% เพื่อเป็นรางวัลสำหรับการ Staking ในขณะที่อีก 20% จะถูกเก็บไว้ในคลัง DAO กับอีก 10% จะถูกสำรองเอาไว้สำหรับสภาพคล่อง<\/p>\n อย่างไรก็ตามผู้สนใจควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของ Flockerz ได้จากเอกสาร whitepaper<\/a> และติดตามข่าวสารโครงการได้ทาง Twitter<\/a> หรือเข้าร่วมกลุ่ม Telegram<\/a><\/p>\n ไปยัง Flockerz<\/span><\/a>\n<\/p> โดย Pepe Unchained เป็นโครงการที่จะสร้างบล็อกเชน Layer 2 (L2) ที่มีไว้เพื่อรองรับเรามีมคอยน์โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีจุดเด่นในด้านค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และความเร็วในการทำธุรกรรมที่มากกว่าเครือข่ายรัก Ethereum ถึง 100 เท่า<\/p>\n นอกจากนี้ผู้ถือครอง Pepe Unchained ยังสามารถนำเหรียญดังกล่าวไปทำการ Staking โดยที่มีค่าตอบแทนต่อปี (APY) สูงถึง 18,000% ซึ่งปัจจุบันได้มีเหรียญถูกนำไป Staking แล้วกว่า 8 ล้านเหรียญ<\/p>\n ในส่วนของการเติบโตของชุมชน Pepe Unchained ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน จากการที่ตัวโครงการมีผู้ติดตามทั้งในกลุ่ม Telegram และ Twitter รวมแล้วกว่า 3,000 กว่าคน และยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มันกลายเป็นเหรียญที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงนี้<\/p>\n ไปยัง Pepe Unchained<\/span><\/a>\n<\/p> Sponge V2 เป็นเหรียญมีมที่เกิดขึ้นมาเพื่อต่อยอดจาก Sponge ซึ่งเป็นโครงการเหรียญมีมเวอร์ชั่นแรก ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงปี 2023 โดย Sponge V2 เป็นเหรียญประเภท ERC-20 ที่ประสาน Gameplay ในรูปแบบ P2E เข้ามาภายในแพลตฟอร์มเพื่อดึงดูดการมีส่วนร่วมภายในชุมชน<\/p>\n โดยเป้าหมายหลักทางโครงการคือการนำเหรียญลิสต์เข้าไปยัง Binance, OKX หรือ กระดานเทรดหลักอื่นๆ เพื่อขยายฐานนักลงทุนให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้เหรียญยังมีโอกาสทำราคาพุ่งทะยานไปได้อีกไกล<\/p>\n นอกจากนี้ Sponge V2 ยังมีกลไก Stake-to-Bridge ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถ Staking เหรียญ Sponge เวอร์ชั่นแรกเพื่อรับ Sponge V2 เป็นผลตอบแทน ที่สูงถึง 246% ต่อปี<\/p>\n ปัจจุบัน Sponge V2 ได้รับความสนใจจากเข้าร่วมชุมชนไปแล้วมากกว่า 30,000 ราย และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากโครงการได้ผ่านทาง Discord<\/a> และกลุ่ม Telegram<\/a><\/p>\n ไปยัง Sponge V2<\/span><\/a>\n<\/p> ด้วยแนวทางที่เป็นนวัตกรรมในการแก้ปัญหา blockchain trilemma ที่เกี่ยวกับความสามารถในการขยายขนาด (scalability) ความปลอดภัย (security) และการกระจายอำนาจ (decentralization) คริปโต Sui จึงโดดเด่นในฐานะเหรียญ Web 3.0 ที่ยอดเยี่ยม เปิดตัวด้วยการ airdrop ครั้งใหญ่ที่ได้รับการต้อนรับจากผู้คนจำนวนมาก โครงการนี้นำภาษา Move และการประมวลผลธุรกรรมแบบขนานมาใช้เพื่อให้ได้ความเร็วในการทำธุรกรรมแบบ lightning-fast และการชำระเงินแบบทันที ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง<\/p>\n กลไกฉันทามติแบบ delegated proof-of-stake ของโครงการทำให้มั่นใจได้ถึงการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและการแจกจ่ายรางวัล ช่วยส่งเสริมความเสถียรของเครือข่าย แม้จะมีขีดความสามารถในการประมวลผลที่รวดเร็ว แต่ Sui ก็ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจด้วยการใช้โหนดเต็มรูปแบบจำนวนมาก ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเครือข่าย<\/p>\n ด้วยระบบนิเวศของ dApps ที่เฟื่องฟู ครอบคลุม NFT, DeFi และ GameFi Sui นำเสนอโอกาสที่หลากหลายสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีมที่แข็งแกร่งและนักลงทุนที่มีชื่อเสียง Sui เป็นตัวแทนของนวัตกรรม Web 3.0 ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และกระจายอำนาจในโลก Web 3.0<\/p>\n โครงการ Manta Network เปิดตัวในเดือนกันยายน 2023 ซึ่งดึงดูดความสนใจในโลกคริปโตเคอเรนซีอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและแนวทางที่เป็นนวัตกรรมในด้านความเป็นส่วนตัวและความสามารถในการขยายขนาด หัวใจสำคัญของ Manta คือ modular-based zero-knowledge (ZK) rollup สำหรับ Ethereum ซึ่งประกอบด้วยสองเชนที่แตกต่างกันคือ Manta Atlantic และ Manta Pacific<\/p>\n Manta Pacific ทำหน้าที่เป็นเครือข่าย zero-knowledge Ethereum layer 2 โดยเน้นที่ความสามารถในการขยายขนาดและความปลอดภัย ด้วยการใช้ Celestia modular network สำหรับ data availability และ Polygon zkEVM จึงทำให้ได้ความเร็วในการทำธุรกรรมที่สูงขึ้นและค่าแก๊สที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับบล็อกเชน layer 1 ที่มีอยู่ในปัจจุบันและเครือข่าย layer 2 ชั้นนำ นักพัฒนาสามารถรวมคุณสมบัติ ZK เข้ากับ smart contract ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ ZK library และ Universal Circuits ของ Manta<\/p>\n ในทางกลับกัน Manta Atlantic ทำงานเป็นเครือข่าย layer 1 แบบกระจายศูนย์ ให้บริการ on-chain compliance identities และรองรับ zkNFTs, staking และ dApps โดยทำหน้าที่เป็น ZK identity layer ให้บริการ identity ที่สามารถทำงานร่วมกันและสอดคล้องกับกฎระเบียบแก่โครงการและเครือข่ายอื่นๆ ทำให้การรวมโซลูชันด้าน identity แบบ on-chain เป็นเรื่องง่าย<\/p>\n สำหรับผู้ใช้ Manta ให้คำมั่นสัญญาถึงธุรกรรมที่รวดเร็วขึ้น ต้นทุนที่ต่ำลง ความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ความสามารถในการขยายขนาด และสิทธิในการลงคะแนนเสียงในการกำกับดูแลผ่านโทเค็น MANTA เหรียญ Web 3.0 สกุลนี้โดดเด่นด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นอันดับแรก ซึ่งช่วยให้คริปโตได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากและราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะเวลาอันสั้น<\/p>\n การใช้โครงสร้างพื้นฐานของเหรียญเว็บ 3.0 ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายและสะดวกเหมือนกับ Web2 ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำไปใช้งานในวงกว้าง ปัญหาที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งคือ ผู้คนต้องจ่ายค่าแก๊สเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับ dApps แต่แอปพลิเคชัน Web2 ไม่ต้องการค่าธรรมเนียมในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีความซับซ้อนบางอย่างกับบล็อกเชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปิดใช้งานผู้ใช้ใหม่<\/p>\n โครงการคริปโตเคอเรนซี Biconomy มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาง่ายๆ เหล่านี้และทำให้โครงสร้างพื้นฐานของ Web 3.0 มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้และใช้งานได้ง่ายเหมือนกับ Web2 โครงการนี้เปิดตัวในปี 2019 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญระดับสากลที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างดีในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอโปรโตคอลแบบหลายชั้นเพื่อให้นักพัฒนาสามารถเปิดใช้งานผู้ใช้ใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าแก๊สแพง<\/p>\n โปรโตคอล Biconomy แก้ไขปัญหาหลักสี่ประการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของ Web 3.0 ประการแรกและสำคัญที่สุด คือการเปิดใช้งานผู้ใช้ใหม่จะเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถทำได้โดยไม่มีค่าแก๊ส ปัญหาสำคัญประการที่สองเกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าแก๊ส ซึ่งโดยปกติแล้วจะจ่ายเป็น ETH สำหรับ dApp บนโครงสร้างพื้นฐานของ Ethereum Biconomy ทำให้สามารถจ่ายค่าแก๊สด้วยโทเค็น ERC-20 ใดก็ได้ตามที่ผู้ใช้เลือก อีกสองปัญหาสำคัญคือผู้ใช้หลีกเลี่ยงความซับซ้อนของเทคโนโลยีบล็อกเชน และธุรกรรมจะได้รับการยืนยันเร็วขึ้น<\/p>\n Biconomy ออกคริปโตเคอเรนซีดั้งเดิมเพื่อสนับสนุนเครือข่าย ซึ่งก็คือ BICO<\/a> โดยมีการใช้งานพื้นฐานสองอย่างสำหรับโครงการ นี่เป็นโทเค็นยูทิลิตี้ที่สามารถใช้เพื่อจ่ายค่าแก๊ส นอกจากนี้ ยังเป็นโทเค็นกำกับดูแลและผู้ใช้ BICO ได้รับสิทธิ์ในการลงคะแนนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุง Biconomy อุปทานรวมของคริปโตเคอเรนซีคือ 1,000,000,000 โทเค็น BICO และมี 158 ล้านโทเค็นที่ออกสู่ตลาดแล้ว<\/p>\n โทเค็น API3 เป็นสกุลเงินดั้งเดิมของเครือข่าย API3<\/a> ซึ่งเป็นโครงการเหรียญ Web 3.0 ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างเวอร์ชันการกระจายศูนย์ของ API โดย API3 เป็นโทเค็นกำกับดูแลและรับใช้ชุมชน API3 DAO ในการดูแลโครงการ ในฐานะที่ API3 เป็นโทเค็นกำกับดูแล ใครก็ตามที่ถือเหรียญ API3<\/a> สามารถมีส่วนร่วมในการพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการ โดยยังสามารถลงคะแนนในการเปลี่ยนแปลงและโครงการใหม่ๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีได้<\/p>\n โครงการ API3 เปิดตัวในเดือนธันวาคมปี 2020 และมีผู้ร่วมก่อตั้งสามคน คนแรกคือ Heikki Vanttinen ผู้มีประสบการณ์ด้านบล็อกเชนและสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างมาก Vanttinen ผนึกกำลังกับ Burak Benligiray ผู้ซึ่งทำงานเป็น CTO ใน CLC Group ที่ก่อตั้งโดย Vanttinen สมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่มผู้ก่อตั้งคือ Saša Milić อาจารย์พิเศษที่ University of Toronto และเคยทำงานให้กับบริษัทอย่าง Facebook มาก่อน<\/p>\n ทั้งสามเปิดตัวโทเค็น API3 ในเดือนธันวาคม ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ $1.5 แต่มีความผันผวนหลายครั้ง มูลค่าของคริปโตเคอเรนซีเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เปิดตัว และมีจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนเมษายน 2021 โดยราคาพุ่งแตะ $9 อย่างไรก็ตาม ราคาเริ่มลดลงอีกครั้งและลดลงอย่างมากในอีกสองเดือนต่อมาไปที่ $1.9 อีกครั้งหนึ่งที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างมากเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2021 โดยพุ่งไปแตะ $8 แต่มูลค่าก็ลดลงอีกครั้ง ปัจจุบัน มีการซื้อขายที่ $2.79 และมีมูลค่าตลาดเกือบ $241 ล้าน โดยรวมแล้ว API3 เป็นหนึ่งในเหรียญ web3 ที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในขณะนี้<\/p>\n Livepeer เป็นโครงการกระจายศูนย์ Web 3.0 ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการสตรีมวิดีโอ แทนที่จะทำงานเหมือนบริษัทสตรีมวิดีโอแบบดั้งเดิมอย่าง YouTube ซึ่งเป็นโฮส จัดเก็บ และแจกจ่ายวิดีโอ Livepeer ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและใช้พลังการประมวลผลส่วนเกินจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้ผู้ออกอากาศ transcode ผลงานวิดีโอของตน<\/p>\n อย่างไรก็ตาม ผู้สตรีมมิ่งไม่จำเป็นต้องดูแลส่วนเทคนิค แต่เพียงแค่ต้องกดปุ่มสตรีมและถ่ายวิดีโอของตนบนแพลตฟอร์มที่สร้างบนบล็อกเชน Livestream เครือข่ายยังประกอบด้วยสิ่งที่เรียกว่า orchestrators ซึ่งให้ผู้ใช้พลังคอมพิวเตอร์ส่วนเกินของตนเพื่อ transcode การสตรีมและทำให้สามารถใช้งานได้บนแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ต่างๆ<\/p>\n เพื่อให้แน่ใจว่า orchestrators ทำงานอย่างมีคุณภาพ ผู้สตรีมมิ่งจะต้อง stake โทเค็น Livepeer จำนวนหนึ่ง โดย LPT ที่เป็นโทเค็นหลักของเครือข่ายยังมี delegators เนื่องจากหลายคนอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็น orchestrators delegators สามารถ stake โทเค็น LPT ของตนกับ orchestrators ที่ต้องการและมีส่วนร่วมในความปลอดภัยของเครือข่าย ทั้ง orchestrators และ delegators จะได้รับรางวัลจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สตรีม<\/p>\n ดังที่กล่าวไว้แล้ว ผู้เข้าร่วมเครือข่ายจะ stake โทเค็นจำนวนหนึ่ง โดยเหรียญ LPT ซึ่งเป็นโทเค็นดั้งเดิมของระบบนิเวศ Livepeer เมื่อโครงการเปิดตัว จะไม่มีการทำ ICO เพื่อแจกจ่ายโทเค็น LPT แต่มีการแจกจ่ายเหรียญจำนวนหนึ่งให้กับสมาชิกของชุมชน Livepeer รวมถึงผู้ก่อตั้งและอดีตสมาชิกในทีมตั้งแต่เริ่มแรก แม้ว่า LPT จะเป็นโทเค็นดั้งเดิมของโครงการ แต่ไม่ได้ใช้เป็นวิธีการชำระเงิน และผู้ที่มีส่วนร่วมในเครือข่ายจะได้รับรางวัลเป็น ETH หรือ DAI<\/p>\n Theta เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการสตรีมวิดีโอแบบกระจายศูนย์ได้ โดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกและใช้แบนด์วิดท์ส่วนเกินของตน ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดย Mitch Liu และ Jieyi Long, Theta โดยการ private ICO และระดมทุนได้ 20 ล้านดอลลาร์ โดยแจกจ่ายโทเค็น THETA จำนวน 30%<\/p>\n ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมเครือข่าย Theta และใช้แบนด์วิดท์และทรัพยากรการประมวลผลส่วนเกินเพื่อถ่ายทอดวิดีโอบนเครือข่าย สำหรับบริการเหล่านั้นจะได้รับรางวัลเป็นโทเค็นดั้งเดิมตัวที่สองของ Theta ซึ่งก็คือ TFUEL โดยหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่สุดของระบบนิเวศ Theta คือการสตรีมวิดีโอคุณภาพสูงจากทุกมุมโลก<\/p>\n Theta สร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum และใช้โปรโตคอล Proof of Stake ซึ่งช่วยให้ผู้ถือโทเค็น THETA<\/a> สามารถ stake เหรียญของตนและได้รับรางวัลจากการทำเช่นนั้น คุณสามารถ stake เหรียญ THETA และเป็นผู้มีส่วนร่วมในเครือข่ายในฐานะ Validator และ Guardian สำหรับ Validator คุณจะต้อง stake THETA 10 ล้านเหรียญ ในขณะที่การเป็น Guardian จะต้องใช้ THETA เพียง 100,000 เหรียญ<\/p>\n Theta ยังให้บริการ Theta wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ใช้สำหรับเก็บสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังสามารถใช้สำหรับการสร้าง dApps และ dApp สตรีมวิดีโอแรกที่สร้างบนเครือข่าย Theta คือ Silver.tv แม้ว่า Theta จะสร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum ในตอนแรก แต่ปัจจุบันกำลังพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนของตัวเองและจะย้ายไปในอนาคต ซึ่งบล็อกเชน Theta ใหม่แตกต่างด้วยอัตราการทำธุรกรรมที่สูงและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำ<\/p>\n โทเค็น THETA ของ Theta ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 45 ตามมูลค่าตามราคาตลาด ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรก<\/p>\n Polkadot ก่อตั้งโดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Ethereum เป็นโครงการ DeFi ที่มีเป้าหมายเพื่อรวมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเพื่อสร้างแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ผู้ใช้สามารถดำเนินการผ่านบล็อกเชนของตนเองได้ ค่อนข้างคล้ายกับโครงการบล็อกเชนยอดนิยมอย่าง Ethereum และ Cosmos แต่ Polkadot อ้างว่าแก้ปัญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรม DeFi ได้มากกว่า<\/p>\n ปัญหาหลักที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนได้แก่ ความปลอดภัย ความสามารถในการทำงานร่วมกัน การกระจายอำนาจ และความสามารถในการขยายขนาด ในขณะที่บล็อกเชนส่วนใหญ่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เพียงหนึ่งหรือบางส่วน แต่ Polkadot เสนอธุรกรรมที่ปรับขนาดได้และปลอดภัย ในขณะที่ยังคงรักษาการกระจายอำนาจ กลไกฉันทามติที่เป็นรากฐานของโครงการ Polkadot เรียกว่า NPoS (nominated Proof of Stake)<\/p>\n สิ่งนี้ช่วยให้มีบล็อกเชนสองประเภท ประเภทแรกคือ Relay chain ซึ่งเป็นบล็อกเชนหลักและประเภทที่สองคือ Parachains ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ผู้ใช้สร้างขึ้น เชนหลักใช้เพื่อสรุปธุรกรรมและสามารถประมวลผลธุรกรรมได้สูงถึง 1,000 รายการต่อวินาที Parachains เข้ากันได้กับบล็อกเชนหลักและได้รับการปกป้องโดย Relay chain<\/p>\n สกุลเงินดิจิทัลดั้งเดิมของ Polkadot คือ DOT ซึ่งเป็นโทเค็นการกำกับดูแลและมีบทบาทสำคัญในความปลอดภัยของเครือข่าย ผู้ใช้สามารถ stake โทเค็น DOT ของตนเพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยของเครือข่าย สิทธิในการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับโครงการ และได้รับรางวัล และสามารถมีบทบาทต่าง ๆ โดยการ stake เหรียญ DOT ไม่ว่าจะเป็น validators, nominators, fishermen, และ collator<\/p>\n นอกจากนี้ DOT ยังใช้ภายใต้ Polkadot DAO ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลของโครงการ ผู้ถือ DOT สามารถเสนอการเปลี่ยนแปลงและลงคะแนนเสียงในโครงการ และระดับการมีส่วนร่วมขึ้นอยู่กับจำนวนเหรียญที่ถือ หน่วยงานอื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญใน DAO ได้แก่ สภา (Council) ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยผู้ถือ DOT และคณะกรรมการด้านเทคนิค<\/p>\n ในปัจจุบัน เหรียญ DOT ของ Polkadot เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับ 11 ตามมูลค่าตลาด มีอุปทานหมุนเวียนของโทเค็น DOT 987.5 ล้านเหรียญ และไม่มีอุปทานสูงสุด มูลค่าสำหรับโทเค็น DOT แต่ละเหรียญคือ $6.82 ซึ่งทำให้มีมูลค่าทางการตลาดเกือบ $8.6 พันล้าน<\/p>\n Chainlink เป็นโครงการเหรียญ Web 3.0 ที่ใช้บล็อกเชน Ethereum ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 โดย Smart Contract Company จุดประสงค์หลักคือการปรับปรุงวิธีการทำงานของ smart contract และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับข้อมูลโลกแห่งความเป็นจริงที่น่าเชื่อถือ smart contract คือหลักการหลักที่เป็นรากฐานของบล็อกเชน ซึ่งดำเนินการตามที่กำหนดไว้เมื่อเงื่อนไขบางอย่างเป็นจริงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม smart contract ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาแหล่งข้อมูลภายนอก และ Chainlink มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับประเด็นนี้<\/p>\n โครงการต้องการแก้ไขปัญหานี้ผ่านสิ่งที่เรียกว่าออราเคิล (Oracle) ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลหลักของ smart contract เพื่อให้แน่ใจว่าออราเคิลให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ Chainlink ใช้คะแนนชื่อเสียงเพื่อให้ออราเคิลเป็นเครดิตสำหรับข้อมูลที่แต่ละคนให้ไว้ นอกจากนี้ ชื่อเสียงของออราเคิลยังขึ้นอยู่กับจำนวนโทเค็น LINK ที่ถือ ซึ่งเป็นเหรียญดั้งเดิมของบล็อกเชน Chainlink<\/p>\n LINK มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศของ Chainlink นี่ไม่ใช่คริปโตเคอเรนซีสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เป็นการใช้ในเครือข่าย โดยถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่างภายในบล็อกเชน ตัวอย่างเช่น ถูกใช้เพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้กับโหนดสำหรับการย้ายข้อมูลเข้าและออกจากบล็อกเชนอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังใช้เพื่อสร้างการโต้ตอบที่น่าเชื่อถือระหว่างออราเคิลและผู้สร้าง smart contract<\/p>\n Filecoin เป็นโครงการคริปโตเคอเรนซีที่ให้บริการจัดเก็บข้อมูล คล้ายกับบริการแบบดั้งเดิม เช่น Google และ Dropbox แต่ความแตกต่างระหว่าง Filecoin และผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมคือระบบของ Filecoin อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งหมายความว่า Filecoin มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ในขณะที่กรณีของบริษัทแบบดั้งเดิมนั้นข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บรักษาโดยหน่วยงานเดียว<\/p>\n ผ่านการนำเสนอบริการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ Filecoin ทำให้ข้อมูลของคุณปลอดภัยและเป็นอิสระจากการควบคุมใดๆ เพื่อทำให้สิ่งนี้เป็นจริง บล็อกเชนของ Filecoin เชิญชวนให้เหมืองขุดมาจัดหาพลังการประมวลผลและค้นหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้ใช้ ด้วยการทำงานนี้ เหมืองขุดจะได้รับรางวัลเป็นโทเค็นดั้งเดิมของ Filecoin ซึ่งก็คือ FIL<\/a> อย่างไรก็ตาม การจัดหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เหมืองขุดยังต้องยืนยันว่าจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยวิธีนี้ เหมืองจึงขุดบล็อกใหม่บนบล็อกเชนของ Filecoin และได้รับรางวัลจากค่าธรรมเนียมธุรกรรม<\/p>\n ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการจำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย Filecoin เนื่องจากกระบวนการไม่ได้ถูกควบคุมโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และอาจมีเหมืองขุดจำนวนมากในตลาดที่แข่งขันกันเพื่อขายบริการของตน ราคาจึงไม่คงที่ และผู้ใช้สามารถเลือกราคาต่ำสุดที่มีในตลาดได้ ตามที่ Filecoin ระบุ เมื่อจำนวนเหมืองขุดเพิ่มขึ้น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลจะมีมากขึ้นและการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ราคาที่ถูกลง<\/p>\n โทเค็นดั้งเดิมของ Filecoin คือ FIL ซึ่งเป็นยูทิลิตี้โทเค็นที่ให้บริการโครงการ ซึ่งถูกใช้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรม ให้รางวัลแก่เหมืองขุด และใช้สำหรับธุรกรรมอื่นๆ บนเครือข่าย FIL เปิดตัวในปี 2017 และทีมสามารถระดมทุนได้ 257 ล้านดอลลาร์ในช่วง ICO FIL ปัจจุบันอยู่ในกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด 50 อันดับแรก ทำให้เป็นโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก<\/p>\n Basic Attention Token หรือที่เรียกว่า BAT ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงการตลาดดิจิทัลในลักษณะที่เหมาะสมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ ทั้งผู้เผยแพร่ ผู้สร้าง และผู้ลงโฆษณา โดยหนึ่งในปัญหาหลักของการโฆษณาคือ ผู้ใช้มักข้ามโฆษณาและไม่ชอบดูเนื้อหาโฆษณา BAT มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ชมโฆษณาได้รับรางวัลสำหรับการดูโฆษณานั้น<\/p>\n โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน Ethereum โครงการคริปโตเคอเรนซีนี้ดำเนินการบนเบราว์เซอร์ที่เรียกว่า Brave ซึ่งสร้างขึ้นโดยทีมเดียวกันกับที่เปิดตัวโทเค็น BAT<\/a> โดยหนึ่งในสมาชิกของทีมคือ Brender Eich ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ JavaScript แพลตฟอร์ม Brave มีผู้เกี่ยวข้องหลักสามฝ่าย ได้แก่ ผู้เผยแพร่ ซึ่งสร้างเนื้อหาและโปรโมตโฆษณา ผู้ลงโฆษณา ผู้ซึ่งต้องการให้แน่ใจว่ามีการดูโฆษณาของตน และผู้ชม ผู้ซึ่งจะได้รับรางวัลเป็นโทเค็น BAT สำหรับโฆษณาที่ดูหรือแชร์<\/p>\n แพลตฟอร์มนี้สร้างขึ้นในปี 2017 และได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเร็วๆ นี้ ประกาศว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 50 ล้านคนต่อเดือนและผู้ใช้งานมากกว่า 15.5 ล้านคนต่อวัน โทเค็น BAT เป็นหนึ่งในโครงการคริปโตเคอเรนซีที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรกและมีประสบการณ์ ICO ที่ยอดเยี่ยม ระหว่างการเสนอขายเหรียญครั้งแรก มีการขายโทเค็น BAT 1 พันล้านเหรียญภายในเวลาเพียง 30 วินาที ระดมทุนได้มากกว่า 35 ล้านดอลลาร์<\/p>\n หากคุณคุ้นเคยกับประวัติของอินเทอร์เน็ต ก็เป็นเช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ อินเทอร์เน็ตก็เติบโตและวิวัฒนาการเช่นกัน ขั้นตอนแรกของวิวัฒนาการ World Web ถูกเรียกว่า Web 1.0 และมีอายุตั้งแต่ปี 1991-2004 Web 1.0 ไม่ค่อยน่าดึงดูดนัก โดยเป็นเรื่องของการรวมกันของหน้าเว็บที่ผู้เยี่ยมชมสามารถรับข้อมูลได้ แต่แพลตฟอร์มเหล่านี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ซึ่งไม่น่าดึงดูดเท่าไรนัก<\/p>\n ในปี 1999 Darcy DiNucci ได้บัญญัติคำว่า Web2 ในระหว่างการประชุม ซึ่งใช้เพื่ออธิบายการผสานรวมเทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้เว็บน่าดึงดูดและเหมาะกับผู้ใช้ Web 2.0 คืออินเทอร์เน็ตที่เรากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนำพามาซึ่งเครื่องมือทางเทคนิคมากมายเพื่อให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็น แบ่งปันผลงาน งานศิลปะ ประสบการณ์ และอื่นๆ เครื่องมือที่เน้นผู้ใช้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ โซเชียลมีเดีย พอดแคสต์ บล็อก การโหวต และอื่นๆ<\/p>\n ในปัจจุบัน เรากำลังเป็นพยานถึงการเปลี่ยนแปลงจาก Web 2 เป็น Web3 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำเสนออินเทอร์เน็ตรุ่นที่สามที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น บล็อกเชนและ Smart Contracts ลักษณะสำคัญของ Web 3.0 คือการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของสกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ ดังนั้น โครงการคริปโตทั้งหมดที่เสนอบริการที่คล้ายกันในฐานะส่วนหนึ่งของ Web2 แต่ผสานรวมการกระจายอำนาจ บล็อกเชน หรือ Smart Contracts จึงเรียกว่าคริปโตเคอเรนซี Web 3.0<\/p>\n ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดที่แยก Web 3.0 ออกจาก Web2 คือผู้ใช้มีการควบคุมข้อมูลของตนเองมากขึ้น เนื่องจากด้วยการนำการกระจายอำนาจมาใช้ Web3 มีเป้าหมายเพื่อลดบทบาทของคนกลางในการประมวลผลธุรกรรมและให้อิสระแก่ผู้ใช้ในการเลือกคุณสมบัติที่ต้องการใช้ ซึ่งในแพลตฟอร์มรวมศูนย์ เครื่องมือหลายอย่างอาจไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับบางคน<\/p>\n Web 3.0 ต้องการขจัดข้อจำกัดเหล่านี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทำงานตามโค้ดที่ไม่ได้ควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลหรือหน่วยงานใดๆ ตัวอย่างเช่น หาก Google มีบริการคลาวด์ แต่ข้อมูลทั้งหมดของคุณถูกควบคุมโดยหน่วยงานเดียว Filecoin ทำแบบเดียวกันโดยใช้การกระจายศูนย์ ซึ่งกระจายข้อมูลของคุณไปยังผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลหลายราย<\/p>\n<\/p>\n
2. $BEST Token – เหรียญพรีเซลใหม่ พร้อมประโยชน์มากมายที่รอคุณอยู่ ภายในระบบนิเวศของ BEST<\/h3>\n
<\/p>\n
3. Catslap ($SLAP) – เหรียญมีมตัวใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตของชุมชน พร้อมผลตอบแทนที่น่าสนใจ<\/h3>\n
<\/p>\n
4. Flockerz – เหรียญมีมโครงการใหม่ ที่จะเข้ามาเขย่าวงการ ด้วยกลไกแจกรางวัลแบบ Vote-to-Earn<\/h3>\n
<\/p>\n
5. Pepe Unchained เป็นอีกเหรียญมีมคอยน์ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในตลาด หลังจากที่โครงการสามารถระดมทุนไปได้แล้วมากกว่า 340,000 ดอลลาร์ ในช่วงพรีเซล<\/h3>\n
<\/p>\n
6. Sponge V2 – เหรียญมีมเกมในรูปแบบ P2E ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของเวอร์ชันแรก<\/h3>\n
<\/p>\n
7. Sui – เหรียญ Web 3.0 ยอดนิยมที่มีศักยภาพมหาศาล<\/h3>\n
<\/p>\n
8. Manta – เหรียญ Web 3.0 ที่เน้นเรื่อง Scalability สร้างอยู่บน Polkadot<\/h3>\n
<\/p>\n
9. Biconomy – เหรียญ Web 3.0 ที่ลิสใน OKX<\/h3>\n
<\/p>\n
10. API3 – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน DeFi<\/h3>\n
<\/p>\n
11. Livepeer – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับการสตรีมมิ่งแบบสด<\/h3>\n
<\/p>\n
12. Theta – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับการสตรีมวิดีโอ<\/h3>\n
<\/p>\n
13. Polkadot – เหรียญ Web 3.0 ที่มี market cap ขนาดใหญ่ที่สุด<\/h3>\n
<\/p>\n
14. Chainlink – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนา Smart Contract<\/h3>\n
<\/p>\n
15. Filecoin – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับบริการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์<\/h3>\n
<\/p>\n
16. Basic Attention Token – เหรียญ Web 3.0 ที่ดีที่สุดสำหรับบริการโฆษณาดิจิทัล<\/h3>\n
<\/p>\n
เหรียญ Web 3.0 คืออะไร?<\/h2>\n
<\/p>\n
กระดานเทรดที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อเหรียญ Web3<\/h2>\n